10 เครื่องฟอกอากาศยี่ห้อไหนดี มาดูกันเลย

ทำไมต้องใช้เครื่องฟอกอากาศ?

คุณภาพของอากาศภายนอกและภายในบ้านอาจเสียหายจากการปล่อยมลพิษและฝุ่นละอองต่างๆ ซึ่งอาจมีผลต่อสุขภาพของเรา เช่น ฝุ่น PM2.5, โปรเตอร์ต่างๆ, กลิ่นเคมี, และเชื้อโรคต่างๆ ที่สามารถกระจายตามอากาศได้ เครื่องฟอกอากาศสามารถช่วยกรองออกซึ่งสารมลพิษและฝุ่นละอองเหล่านี้ออกจากอากาศที่เราหายใจเข้าไป ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้ดี

1.เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier Pro

เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier Pro เครื่องฟอกอากาศรุ่นยอดนิยมจากแบรนด์ Xiaomi เหมาะสำหรับใช้ในห้องขนาด 35 – 60 ตารางเมตร (ใช้ในออฟฟิศหรือคอนโด) มีไส้กรอง 3 ชั้น Pre-Filter, HEPA-Filter และ Carbon-Filter กรองฝุ่น PM 2.5 และเล็กกว่า ได้มากถึง 99.99% ไส้กรองใช้งานได้นาน 4,000 ชั่วโมง สามารถผลิตอากาศบริสุทธิ์ได้มากถึง 10,000 ลิตรต่อนาที ฟอกอากาศในห้องให้บริสุทธิ์ได้ใน 10 นาที สำหรับห้องขนาด 23 ตารางเมตร หน้าจอมีตัวเลขแสดงผลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ มีโหมดการทำงานให้เลือกได้ตามความเหมาะสม ทั้งโหมด Turbo มอเตอร์ทำงานผลิตอากาศบริสุทธิ์แบบเต็มพิกัด สำหรับวันที่คุณภาพอากาศแย่ และโหมด Sleep มอเตอร์ทำงานเงียบสนิท สำหรับเปิดทิ้งไว้ตอนนอนหลับ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนและควบคุมการทำงานได้ง่ายๆ ด้วยสมาร์ทโฟน ผ่านแอปพลิเคชั่น Mi Home

ขอบคุณแหล่งข้อมูล officemate

2.Mi Air Purifier 3C

เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 3C เครื่องฟอกอากาศราคาย่อมเยาว์ สำหรับใช้ในบ้าน ห้องรับแขก ห้องนอน หรือหอพัก เหมาะสำหรับพื้นที่ 22 – 38 ตารางเมตร มากับไส้กรอง HEPA สามารถกำจัดอนุภาคขนาดเล็กและสิ่งปนเปื้อนในอากาศ ตั้งแต่ 0.3 ไมครอนได้มากถึง 99.97% (PM 2.5 ขนาด 2.5 ไมครอน) กำจัดเชื้อ H1N1 แบคทีเรีย และไวรัสได้ 99.99% ช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์ได้ 5,330 ลิตรต่อนาที หน้าจอแสดงผลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ควบคุมการทำงานด้วยสมาร์ทโฟน ผ่านแอปพลิเคชั่น Mi Home  

ขอบคุณแหล่งข้อมูล officemate

3.Sharp FP-J30TA

เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP-J30TA เครื่องฟอกอากาศที่ใครๆ ก็ถามหา เหมาะสำหรับใช้ในห้องขนาด 23 ตารางเมตร ทำงานด้วยระบบฟอกอากาศแบบ พลาสม่าคลัสเตอร์ ปล่อยประจุบวกและลบ เพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนในอากาศ เชื้อรา แบคทีเรีย และเชื้อไวรัส รวมถึงกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งยังมีแผ่นกรอง HEPA ดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก 0.3 ไมครอน (PM 2.5 ขนาด 2.5 ไมครอน) ได้ถึง 99.97% มีเซนเซอร์ช่วยตรวจจับความหนาแน่นของฝุ่นและกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ ให้คุณมั่นใจได้ว่าอากาศภายในบ้านจะสะอาดและบริสุทธิ์ทุกซอกทุกมุม

ขอบคุณแหล่งข้อมูล officemate

4.Philips AC0820/20

เครื่องฟอกอากาศ Philips AC0820/20 เหมาะสำหรับใช้ในห้องขนาด 16 – 49 ตารางเมตร ฟอกอากาศด้วยระบบหมุนเวียนอากาศแบบ 3 มิติ และแผ่นกรอง HEPA สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็ก 0.003 ไมครอน (เล็กกว่า PM 2.5 ถึง 800 เท่า) ได้ถึง 99.5% และดักจับ PM 2.5 เกสรดอกไม้ ฝุ่นละออง ขนสัตว์ แบคทีเรีย และไวรัส ได้ถึง 99.9% มีเซนเซอร์ด้วยตรวจจับสิ่งแปลกปลอมในอากาศ พร้อมสัญญาณไฟ 4 สี สำหรับแสดงคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ (สีฟ้า=ดี, สีแดง=แย่) สามารถฟอกอากาศในห้องให้สะอาดได้รวดเร็วใน 16 นาที สำหรับห้องขนาด 20 ตารางเมตร มีโหมด Sleep ไฟแสดงสถานะจะลดความสว่างลงและการทำงานของเครื่องฟอกอากาศจะทำงานเงียบเป็นพิเศษ (35 เดซิเบล) สำหรับใช้งานขณะนอนหลับ ในห้องรับแขก หรือในห้องเด็กทารก

ขอบคุณแหล่งข้อมูล officemate

5.Toshiba CAF-H20

เครื่องฟอกอากาศ Toshiba CAF-H20 เหมาะสำหรับใช้ในห้องขนาด 14 – 24 ตารางเมตร มาพร้อมแผ่นกรอง 2 ชั้น HEPA Filter และ Activated Carbon ช่วยฟอกอากาศให้สะอาด กรองกลิ่น และกำจัดสิ่งปนเปื้อนในอากาศได้มากถึง 99% ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ ให้คุณสูดอากาศในบ้านได้อย่างสบายใจ สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิด ได้ตั้งแต่ 1 – 8 ชั่วโมง มีโหมด Sleep สำหรับใช้งานขณะนอนหลับ 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล officemate

6.Electrolux FA31-202GY

เครื่องฟอกอากาศ Electrolux FA31-202GY เหมาะสำหรับใช้ในห้องขนาด 20 – 26 ตารางเมตร มากับแผ่นกรอง 3 ชั้น Pre-Filter, Anti-bacterial HEPA และ Activated Carbon พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับฝุ่นละอองและสิ่งแปลกปลอมในอากาศ ช่วยกรองเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อไวรัส รวมถึง PM 2.5 ได้มากถึง 99.99% ปรับความเร็วได้ 3 ระดับ สร้างอากาศบริสุทธิ์ได้มาก 203 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง มีโหมด Sleep สำหรับเปิดใช้งานขณะนอนหลับ ให้คุณสูดอากาศบริสุทธิ์ได้ตลอดทั้งคืน 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล officemate

7.BWELL CF-8000

เครื่องฟอกอากาศ BWELL CF-8000 เหมาะสำหรับใช้ในห้องขนาด 10 ตารางเมตร ทั้งยังสามารถใช้ได้ในรถยนต์ หรือพกพาติดตัวไปใช้งานนอกสถานที่ได้ มีแผ่นกรอง 3 ชั้น ช่วยฟอกอากาศแบบครบวงจร Pre-Filter ช่วยกรองฝุ่นและอนุภาคขนาดใหญ่, HEPA ช่วยกรองฝุ่นขนาดเล็ก ตั้ง 0.1 ไมครอน และ Charcoal ช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ มี UVGI ช่วยฆ่าเชื้อไวรัส และ Lonizer ช่วยสลายควันบุหรี่ ตั้งเวลาเปิด-ปิด ได้ตั้งแต่ 2-8 ชั่วโมง เครื่องฟอกทำงานเงียบ ไม่รบกวนการนอนหลับ ปรับความเร็วได้ 3 ระดับ และมีระบบแจ้งเตือนการเปลี่ยนแผ่นกรอง ช่วยให้อากาศรอบตัวคุณ สะอาด บริสุทธิ์ ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ และสารก่อมะเร็ง ให้คุณหายใจได้สะดวกขึ้น   

ขอบคุณแหล่งข้อมูล officemate

8.Smarthome AP-180

เครื่องฟอกอากาศ Smarthome AP-180 เหมาะสำหรับใช้ในห้องขนาด 20-35 ตารางเมตร ฟอกอากาศให้สะอาดด้วยแผ่นกรอง Pre-Filter กรองอนุภาคขนาดใหญ่, HEPA ช่วยกรองฝุ่นละออง อนุภาคขนาดเล็ก รวมถึง PM 2.5, Activated Carbon ช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ และ Anion Filter ช่วยกำจัดแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัสในอากาศ มีเซ็นเซอร์บอกคุณภาพอากาศ พร้อมสัญญาณไฟเตือนเมื่อต้องเปลี่ยนแผ่นกรอง ควบคุมการใช้งานง่ายด้วยรีโมท

ขอบคุณแหล่งข้อมูล officemate

9.Tefal PU4067

เครื่องฟอกอากาศ Tefal PU4067 เหมาะสำหรับใช้ในห้องขนาด 35 ตารางเมตร มากับเทคโนโลยี Nanocaptur และการกรอง 4 ระดับ ช่วยกำจัดมลพิษในอากาศ ฝุ่นละออง สารฟอร์มัลดีไฮด์ (สารก่อมะเร็ง) และ PM 2.5 ได้มากถึง 99.99% มีเซนเซอร์อัจฉริยะ ปรับความเร็วอัตโนมัติเมื่อคุณภาพอากาศภายในห้องแย่ลง มีไฟแสดงผลบอกระดับมลพิษในอากาศ สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิด ได้ตั้งแต่ 1-8 ชั่วโมง พร้อมโหมดเสียงเงียบเพียง 22 เดซิเบล ให้คุณเปิดเครื่องฟอกอากาศได้ตลอดเวลา แม้ในขณะที่กำลังนอนหลับ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล officemate

10.IQAir HealthPro 250

เครื่องฟอกอากาศ IQAir HealthPro 250 เครื่องฟอกอากาศเกรดการแพทย์ ออกแบบและผลิตที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เหมาะสำหรับใช้ในพื้นที่ขนาดใหญ่ 134 ตารางเมตร (โรงพยาบาล โรงเรียน ออฟฟิศ สำนักงาน) แผ่นกรองอากาศภายในแบบ HyperHEPA H12/H13 คุณภาพสูง ละเอียดกว่าแผ่นกรองทั่วไปถึง 10 เท่า สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กในอากาศได้ตั้งแต่ 0.003 ไมครอน (เล็กกว่า PM 2.5 ถึง 800 เท่า) สามารถกรองสิ่งปนเปื้อนในอากาศได้ไม่ต่ำกว่า 99.5% ทั้งยังสามารถกำจัดสารฟอร์มัลดีไฮด์ (สารก่อมะเร็ง) และกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ ได้ด้วย V5-Cell MG Filter บวกกับ Premax Filter ช่วยกรองฝุ่นละออง PM 10 เชื้อรา แบคทีเรีย เกสรดอกไม้ และสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ ตัวเครื่องแบบ 3D Seal ช่วยป้องกันอากาศรั่วไหลก่อนผ่านชั้นกรอง ทำงานเงียบ ไม่รบกวนการเรียน หรือการทำงาน ให้คุณปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างสบายใจ 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล officemate

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 10 เครื่องฟอกอากาศที่ทางเราเลือกมาให้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับขนาดของห้อง และขนาดของตัวเครื่องฟอกต้องสอดคล้องกัน แต่อย่างไรก็ตามช่วงยุคนี้ก็ควรจะหาเครื่องฟอกมาติดบ้านไว้ซะหน่อย เพื่อความปลอดภัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *