ประเภทของพื้นผิว และ การบำรุงรักษา

ประเภทของพื้นผิว และ การบำรุงรักษา

ประเภทของพื้น

ในปัจจุบัน ตามอาคารสถานที่ต่างๆ ยังคงจัดแบ่งพื้นออกเป็น 4 ประเภทหลัก คือ

  1. พื้นแข็ง หรือ พื้นหิน (Hard Floor/Stone Floor)  เช่น  พื้นหินธรรมชาติ, พื้นหินขัด,  พื้นกระเบื้อง
  2. พื้นยืดหยุ่น (Resilient Floor) เช่น  พื้นกระเบื้องยาง, พื้นดูราฟลอร์  เป็นต้น
  3. พื้นไม้ (Wood Floor) เช่น พื้นไม้ปาร์เก้, พื้นไม้ลามิเนต, พื้นไม้กระดานธรรมดา, พื้นไม้กระดานเข้าลิ้น  เป็นต้น
  4. พื้นพรม (Carpet Floor)  เช่น พรมใยธรรมชาติ, พรมใยสังเคราะห์  เป็นต้น

การบำรุงรักษาพื้นต่างๆ

การบำรุงรักษาพื้นต่างๆ จำเป็นต้องรู้จักคุณสมบัติและลักษณะของพื้น เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปได้อย่างถูกวิธี  ดังนี้

พื้นแข็ง หรือ พื้นหิน  (Hard  Floor  /  Stone  Floor)

1.1  พื้นหินแกรนิต  มีลักษณะแข็งแรงไม่แตกง่าย  เป็นหินที่ทนที่สุดเหมาะกับการทำเคาน์เตอร์และทางสัญจรหลัก  แต่คุณสมบัติตามธรรมชาติเนื้อหินมีรูพรุน  น้ำยังสามารถซึมผ่านลงเนื้อหินได้  ดังนั้น การดูแลหินแกรนิตต้องระวังเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหินแกรนิตสีขาว

การบำรุงรักษาที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมี  2  ระบบ  คือ

  • การเคลือบเงาด้วยแว๊กซ์สูตรน้ำ ที่ออกแบบมาโดยเน้นเรื่องการยึดเกาะ
  • การทำ MPC (Marble Polishing Compound) คือ  การใช้ผงปั่นที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อปั่นให้ผิวหินที่เริ่มด้านให้เงาขึ้น

1.2 หินอ่อน มีลักษณะเปราะและแตกง่าย มีเนื้อพรุน ความทนทานถ้าเปรียบเทียบกับหินแกรนิตแล้วแตกต่างกันมาก  การดูดซึมต้องทำความสะอาดมากเป็นพิเศษโดยการเช็ดเก็บฝุ่นและเช็ดถูบ่อยๆ เป็นประจำและควรขัดล้างคราบไคลหน้าหินเป็นประจำทุกเดือน

การบำรุงรักษาที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมี  2  ระบบ คือ

  • ขัดล้างคราบไคลหน้าหินเป็นประจำ การปั่นให้ผิวหินเกิดผลึกใสเงางามขึ้นมา
  • การเคลือบเงาด้วยแว๊กซ์สูตรน้ำ ในกรณีที่พื้นเก่าทรุดโทรมมาก

1.3  พื้นหินขัด  หินเทียม  และพื้นมาร์เบล็กซ์   การบำรุงรักษาที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมี  2  ระบบ  คือ

การเคลือบเงาด้วยแว๊กซ์สูตรน้ำ

การปั่นให้ผิวหินเกิดผลึกใสเงางาม

1.4  พื้นกระเบื้องดินเผา  การบำรุงรักษาที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมี  2  ระบบ  คือ

การเคลือบเงาด้วยแว๊กซ์สูตรน้ำ เหมาะกับพื้นภายในอาคาร

การบำรุงรักษาด้วยการลงแว๊กซ์ขี้ผึ้ง เหมาะกับพื้นภายนอกอาคาร

1.5  พื้นคอนกรีตชนิดขัดเรียบหรือขัดมัน  การบำรุงรักษาที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมี  2  ระบบ  คือ

การเคลือบเงาด้วยสีอะครีลิค  หรือ อีฟ๊อกซี่

การบำรุงรักษาด้วยการลงแว๊กซ์ขี้ผึ้ง

1.6  พื้นหินกาบ การบำรุงรักษาที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมี  2  ระบบ  คือ

การเคลือบเงาด้วยแว๊กซ์สูตรน้ำ เหมาะกับพื้นภายในอาคาร

การบำรุงรักษาด้วยการลงแว๊กซ์ขี้ผึ้ง เหมาะกับพื้นภายนอกอาคาร

1.7  พื้นกระเบื้องเซรามิค  เป็นพื้นที่มีความเงางามจากโรงงานผลิตอยู่แล้ว  จึงแทบจะไม่ต้องมี

การเคลือบเงาโดยให้เน้นการเดินดันฝุ่นด้วยน้ำยาดันฝุ่น  การเช็ดทำความสะอาดประจำวัน  และขัดล้างทำความสะอาดประจำสัปดาห์ด้วยน้ำยาทำความสะอาดกับแปรงไนล่อน

  1. พื้นยืดหยุ่น ( Resilient  Floor )

2.1  พื้นกระเบื้องยาง  การบำรุงรักษาที่นิยมใช้กัน  คือ การเคลือบเงาด้วยแว๊กซ์สูตรน้ำ

2.2  พื้นดูราฟอร์        การบำรุงรักษาที่นิยมใช้กัน  คือ  การเคลือบเงาด้วยแว๊กซ์สูตรน้ำ

  1. พื้นไม้ ( Wood Floor )

เช่น  พื้นไม้ปาร์เก้ , พื้นไม้ลามิเนต , พื้นไม้กระดานธรรมดา , พื้นไม้กระดานเข้าลิ้น  เป็นต้น  การบำรุงรักษาที่นิยมใช้กัน คือ  กรณี  พื้นไม้กระดานที่ไม่ได้ผ่านการเคลือบยูริเทน  บำรุงด้วยการลงแว๊กซ์ขี้ผึ้ง  กรณี พื้นไม้ที่ผ่านการเคลือบยูริเทน  และพื้นไม้ลามิเนต  บำรุงรักษาด้วยการดันฝุ่นและเช็ดถูพื้นเป็นประจำ

4.พื้นพรม  (Carpet  Floor )

แบ่งตามชนิดพรม แบ่งออกเป็น  3  ชนิด  คือ

  • พรมขนสัตว์
  • พรมใยจากพืช
  • พรมใยสังเคราะห์

แบ่งตามลักษณะ พื้นพรมที่มีการทอเบื้องต้นอยู่ 3 ลักษณะ คือ

  • พรมขนห่วง
  • พรมขนตัด
  • พรมขนตัดสลับขนห่วง

การให้ความสำคัญกับพื้นพรม

  • เพื่อให้พรมดูสะอาดสดใส ไม่หม่นหมอง
  • เพื่อป้องกันการเกิดคราบฝังแน่น
  • เพื่อป้องกันการเกิดอาการภูมิแพ้  เช่น ไอ  จาม  เกิดจากไรฝุ่น
  • เพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องให้หอมสดชื่น ไม่เหม็นอับ
  • เพื่อยืดอายุการใช้งานของพรม  ประหยัดค่าใช้จ่าย
  • เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสถานประกอบการของท่าน

การบำรุงรักษา  การแก้ปัญหา  และการซักอย่างถูกต้อง แบ่งเป็น 3 ประเภท

  • การเก็บจุดและคราบเปื้อน  เป็นการทำความสะอาดเฉพาะบริเวณที่มีคราบสกปรก  จุดด่างดำ
  • การซักพรม เป็นการทำความสะอาดขจัดสิ่งสกปรกออกจากเส้นใยพรม  โดยเลือกน้ำยาซักพรมให้ตรงตามประเภทของพื้นพรม
  • การแก้ไขปัญหาเฉพาะ  เช่น  สำหรับแก้ปัญหาพรมเหม็นอับโดยใช้ผงโรยพรม  และน้ำยาที่ใช้สำหรับพ่นฆ่าเชื้อ

กรรมวิธีในการซักพรมแบ่งเป็น 4 ระบบ  ได้แก่

  • การซักระบบบอนเนต (Bonnet)  /  การซักแบบดรายโฟม (Dry Foam)    วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผิวพรมที่เริ่มสกปรก กลับมาดูสะอาดสดใส
  • การซักระบบโรตารี่แชมพู ( Rotary  Shampoo)  วัตถุประสงค์  เพื่อให้พรมสะอาดลึกลงไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของขนพรม
  • การซักระบบเอ็กซ์แทรกชั่น (Extraction)  วัตถุประสงค์  เพื่อให้พรมสะอาดลึกถึงขนพรมส่วนล่าง
  • การซักพรมระบบดี๊ฟคลีน (Deep  Clean)  วัตถุประสงค์  เพื่อให้พรมที่สกปรกมากๆ  ให้กลับมาดูสะอาดมากขึ้น  และช่วยปรับสภาพขนพรมมิให้มีด่างตกค้าง

ขั้นตอนเบื้องต้นในการซักพรม

  • การดูดฝุ่น  เพื่อเก็บฝุ่นละอองที่พื้นพรม ดูดออกให้มากที่สุด
  • เก็บจุด  หรือ คราบบนพื้นพรม
  • เลือกระบบซัก และน้ำยาซักพรมให้เหมาะสม
  • ปล่อยให้พรมแห้งสนิท  อาจนำพัดลมมาช่วยเป่าเร่งให้เร็วขึ้น  ดูดฝุ่นอีกครั้งเพื่อเก็บสิ่งสกปรกที่ตกค้างให้หมด และคืนสภาพขนพรมให้กลับมาฟูดังเดิม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *