เราเชื่อมั่นว่า พ่อบ้านแม่บ้านหลาย ๆ ท่าน อาจกำลังมองหา วิธีทำความสะอาดพื้นกระเบื้อง เพราะต้องเคยประสบปัญหาคราบมันบนพื้นกระเบื้องอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเวลาในการทำอาหาร เพราะอาจต้องมีเศษน้ำมันกระเด็ดไปทั่วพื้นห้องครัว ทั้งนี้ยังรวมไปถึงผนังห้องครัวอีกด้วย ส่งผลให้พื้นทั้งเหนียวและมัน และนอกจากกระเบื้องจะเหนียวแล้วนั้น
กระเบื้องยังเป็นตัวทำหน้าที่จับฝุ่นได้ดีอีกด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่า จะทำให้พื้นยิ่งสกปรกเข้าไปอีก ดังนั้นเรื่องการกำจัดคราบมันจึงถือเป็นงานที่สกปรกและหนักหนาสาหัสมากนัก ฉะนั้นจึงต้องมีวิธีขจัดคราบไขมันเหล่านั้นอย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถกำจัดคราบไขมันได้อย่างสิ้นซาก
วิธีทำความสะอาดพื้นกระเบื้อง ไม่ให้พื้นห้องครัวเหนียวลื่น
อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า พื้นห้องครัวคือสถานที่เกิดสามารถอุบัติเหตุได้ง่ายมากที่สุด เพราะน้ำมันที่เราใช้ขณะทำอาหารนั้น แน่นอนว่ามันจะต้องกระเด็นลงพื้นห้องอย่างแน่นอน และจะยิ่งทำให้มีโอกาสลื่นล้มได้ง่าย แถมยังทำความสะอาดยากอีกด้วย ที่สำคัญยังมีกลิ่นเหม็นหืนตามมาอีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ เราจะมาแนะนำวิธีขจัดคราบมันบริเวณพื้นกระเบื้องที่ผู้อ่านสามารถทำตามได้อย่างง่าย ๆ มาฝากครับ แต่ก่อนที่เราจะเริ่มทำความสะอาด เรามาจัดเตรียมอุปกรณ์การทำความสะอาดกันก่อนดีกว่า
- ถังน้ำ
- น้ำสมสายชู
- น้ำยาล้างจาน
- น้ำอุ่น
- เบคกิ้งโซดา
- กระดาษเช็ดชู
- ขวดสเปย์
- ผ้าเช็ดจาน
- ฟองน้ำ
6 ขั้นตอน วิธีทำความสะอาดพื้นกระเบื้อง
ขั้นตอนที่ 1 เริ่มกำจัดความมันส่วนเกิน
สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ ใช้กระดาษทิชชู่ที่เราได้จัดเตรียมไว้นั้น มาซับความมันส่วนเกินออกจากบนพื้นผิวกระเบื้อง ซึ่งต้องพยายามซับออกให้ได้มากที่สุด อย่าลืมว่า ต้องซับทั้งบนพื้นผิวกระเบื้อง และภายในบริเวณระหว่างร่องยาแนวด้วย เพื่อในขั้นตอนต่อไป เราจะทำได้ง่ายมากขึ้น
ขั้นตอนที่ 2 เช็ดพื้นผิวกระเบื้อง
สำหรับในขั้นตอนที่ 2 นั้น ให้คุณนำผ้าเช็ดจานที่เราได้ให้คุณเตรียมไว้ หรือหากเพื่อน ๆ ท่านใดไม่มีผ้าเช็ดจาน ก็สามารถใช้ผ้าธรรมดาแทนกันได้ นำผ้าไปชุบน้ำอุ่น จากนั้นนำมาเช็ดบนพื้นผิวกระเบื้อง เพื่อให้คราบน้ำมันนั้นอ่อนตัวลง ซึ่งอุณหภูมิของน้ำอุ่นที่มีความร้อน จะช่วยให้ครานน้ำมันละลาย แต่ไม่เป็นอันตรายต่อมือ สำหรับวิธีนี้เหมาะกับคราบน้ำมันที่เพิ่งเริ่มเกาะตัวไม่นาน เพราะคราบจะยังไม่ฝั่งตัวลึกมาก แต่ก็ยังอยู่ในจุดที่น้ำรอนสามารถทำคววามสะอาดได้
ขั้นตอนที่ 3 น้ำอุ่นผสมน้ำยาเช็ดพื้น
สำหรับขั้นตอนนี้ ให้คุณเตรียมน้ำยาเช็ดพื้น แล้วนำมาผสมกับน้ำอุ่นลงในถังน้ำ จากนั้นเติมน้ำยาล้างจานเพิ่มลงไปอีก 1 ช้อนโต๊ะ และให้นำฟองน้ำจุ่มลงในน้ำยาเช็ดพื้นที่ผสมเรียบร้อยแล้ว เช็ดถูที่พื้นกระเบื้อง ง่าย ๆ เพียงเท่านี้ พื้นกระเบื้องก็กลับมาสวยเงางาม ไร้คราบมันอย่างหมดจรดแล้ว
ขั้นตอนที่ 4 เช็ดด้วยน้ำยาเช็ดพื้นอย่างเดียว
เมื่อนำฟองน้ำมาถูจนทั่วพื้นผิวกระเบื้องทั้งหมดแล้ว แต่หากถ้าบริเวณไหนมีคราบฝังแน่นมาก เราขอแนะนำให้คุณหยดน้ำยาล้างจานลงบนคราบบริเวณนั้นโดยตรง ประมาณ 3 – 4 หยด แล้วนำฟองน้ำชุบน้ำหมาด ๆ แล้วนำมาถูบริเวณนั้น ๆ การันตีได้เลยว่า วิธีนี้ใช้ได้ผลอย่างแน่นอน
ขั้นตอนที่ 5 วิธีกำจัดคราบน้ำมันที่ฝังแน่น
หากคุณผู้อ่านได้กระทำตามวิธีข้างต้นทั้ง 4 ขั้นตอนแล้ว แต่คราบน้ำมันก็ยังออกไม่หมดสักที เราขอแนะนำให้คุณนำน้ำอุ่นมาผสมกับเบคกิ้งโซดา ผสมให้ละลายจนข้นและเหนียว จากนั้นให้นำสารละลายนี้เทลงบนคราบที่ฝั่งแน่นอน แล้วทำการทิ้งไว้โดยประมาณ 1 – 1.30 ชั่วโมง เมื่อครบตามเวลาที่เราได้กำหนดแล้ว ให้เช็ดสารละลายนี้ออกให้หมด รับรองได้เลยว่า คราบน้ำมันจะถูกกำจัดออกไปจนหมดอย่างแน่นอน
ขั้นตอนที่ 6 ล้างพื้น-ขัดพื้น
ซึ่งหากยังมีคราบหลงเหลืออยู่ สุดท้ายแล้ว ให้คุณนำน้ำผสมกับน้ำส้มสายชู ในอัตราน้ำสม 1 ส่วน และน้ำเปล่า 2 ส่วน เมื่อผสมเข้าด้วยกันแล้ว ให้นำมาเทลงใส่ขวดสเปรย์ แล้วฉีดลงบนคราบน้ำมัน ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วทำการเช็ดออก จากนนั้นล้างพื้นต่อด้วยน้ำสะอาด โดยใช้สายยางแรงดันฉีด แล้วทำการเช็ดพื้นให้แห้ง ง่าย ๆ เท่านี้ ก็หมดปัญหาเรื่องพื้นกระเบื้องเหนียวแล้ว
สรุป
วิธีการทำความสะอาดพื้นกระเบื้อง จากที่เราได้กล่าวไปทั้งหมดนั้น เราเชื่อมั่นว่า หากท่านผู้อ่านได้ทำตามขั้นตอนที่เราได้บอกไปนั้น แล้วทำครบทุกขั้นตอน รับรองได้เลยว่า คราบน้ำมันจะไม่เกิดให้รำคาญอีกแน่นอน สุดท้ายนี้ เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้พื้นห้องครัวของคุณสะอาดยิ่งขึ้น ด้วยวิธีง่าย ๆ และไม่เป็นอันตรายต่อบุคคลในครอบครัวอีกด้วย
ยิ่งถ้าหากบ้านไหนมีทั้งคนแก่ และเด็กเล็ก ๆ แล้วนั้น การมีพื้นที่เป็นคราบน้ำมัน คงจะทำให้เกิดอันตรายได้อย่างง่าย ๆ แน่นอน ดังนั้นจะเป็นการดีกว่า ถ้าเราทำการป้องกันไว้ก่อน เพราะอย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า หากผู้สูงวัยเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มแล้ว อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บจนถึงขั้นร้ายแรง ดังนั้นเรามาทำความสะอาดเพื่อความปลอดภัยต่อคนในครอบครัวกันดีกว่าครับ

