เวลากลับบ้านหลังเลิกงานแล้วรู้สึกอึดอัด แม้จะเหนื่อยมาทั้งวันแต่กลับไม่อยากเข้าบ้านตัวเอง หรือตั้งใจจะทำความสะอาดทีนึง แต่ยืนมองห้องแล้วไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี กว่าจะทำเสร็จคือเหนื่อยมาก แถมสองวันต่อมาก็กลับมาสกปรกเหมือนเดิมอีกครั้งแล้ว
ถ้ารู้สึกแบบนี้ไม่ได้อยู่คนเดียวครับมันเป็นเรื่องปรกติแต่ มันมีวิธีทางลัดอยู่เพียงแต่เราหากันไม่เจอก็เท่านั้น
วันนี้เรา บริษัทรับทำความสะอาด Big Clean จะพามาดูเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวิธีทำความสะอาดบ้านกัน
วันนี้เราจะแชร์ทุกอย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับการทำความสะอาดบ้าน ตั้งแต่เตรียมอุปกรณ์ ขั้นตอนทำความสะอาดทีละห้องแบบ systematic จนถึงเทคนิคที่ช่างมืออาชีพใช้กันจริงๆ ไม่ว่าคุณจะทำเองหรือกำลังหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจจ้างบริษัทรับทำความสะอาด วันนี้เราช่วยคุณได้ครับ
ทำไมการทำความสะอาดบ้านถึงสำคัญ
หลายคนมองว่าการทำความสะอาดบ้านเป็นภาระ ที่ต้องทำให้เสร็จๆ ไป แต่ความจริงแล้วมันมีผลกระทบกับชีวิตมากกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ
1. สุขภาพของคนในครอบครัว
ฝุ่น ไรฝุ่น เชื้อรา แบคทีเรียนที่สะสมในบ้านไม่สะอาด เป็นต้นเหตุของภูมิแพ้ หอบหืด ผิวหนังอักเสบ โดยเฉพาะกับเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่ภูมิต้านทานอ่อนแอ การทำความสะอาดบ้านอย่างถูกวิธีไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นการปกป้องสุขภาพคนที่คุณรัก
2. อารมณ์และความเครียด
มีงานวิจัยออกมาหลายชิ้นที่พบว่า การอยู่ในพื้นที่รกรุงรังทำให้ระดับคอร์ติซอลหรือที่เรียกว่าฮอร์โมนความเครียดพุ่ง สูงขึ้น ในทางกลับกัน เมื่อบ้านสะอาดเป็นระเบียบ สมองจะผลิตโดปามีนมากขึ้นเราจะรู้สึกผ่อนคลาย นอนหลับสบายขึ้น และมีสมาธิในการทำงานดีขึ้น
3. อายุการใช้งานของบ้านและเฟอร์นิเจอร์
พื้นไม้ที่ไม่ถูกดูแลอย่างถูกวิธี กระเบื้องที่มีคราบสะสมนานๆ หรือห้องน้ำที่มีตะกรัน เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานจะกลายเป็น ความเสียที่ซ่อมแซมยากและแพงกว่าการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอหลายเท่าตัวมาก
เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านที่จำเป็น
ก่อนจะเริ่มทำความสะอาด อุปกรณ์ที่ดีคือครึ่งหนึ่งของความสำเร็จ เราแบ่งอุปกรณ์ออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามการใช้งานจริง
อุปกรณ์พื้นฐานที่ต้องมีทุกบ้าน
| อุปกรณ์ | ใช้ทำอะไร | เลือกยังไง |
| ไม้ถูพื้นแบบ Spin | ถูพื้นทั่วไป ไม่ต้องบิดมือ | เลือกที่หัวถอดซักได้ ด้ามปรับความยาวได้ |
| ผ้าไมโครไฟเบอร์ | เช็ดฝุ่น เช็ดพื้น เช็ดกระจก | ซื้อหลายสีแยกตามห้อง ไม่ข้ามใช้ |
| แปรงขนอ่อน | ปัดฝุ่นบนชั้นวาง คิ้วบัว มุมต่างๆ | ขนแปรงหยาบปัดฝุ่น ขนนุ่มสำหรับละเอียด |
| ถุงมือยาง | ปกป้องมือจากน้ำยาเคมี | เลือก Size พอดีมือ ไม่หลวมไม่แน่น |
| ถังน้ำ 2 ใบ | แยกน้ำสะอาด/น้ำสกปรก | ถังใบเล็กพอถือสะดวก |
น้ำยาทำความสะอาดที่ควรมี
สำหรับพื้นผิวทั่วไป
- น้ำยาถูพื้นอเนกประสงค์ (สำหรับกระเบื้อง ไวนิล พื้น SPC)
- น้ำยาเช็ดกระจก (ต้องไม่มีแอมโมเนียถ้ามีกระจกเคลือบ)
- น้ำยาขจัดคราบครัวเรือนอ่อนๆ
สำหรับห้องน้ำ
- น้ำยาล้างห้องน้ำ (กรดอ่อนๆ สำหรับขจัดตะกรัน)
- น้ำยากำจัดเชื้อรา (สำหรับร่องยาแนว มุมอับชื้น)
สำหรับห้องครัว
- น้ำยาล้างจานที่ใช้เช็ดคราบมันได้
- เบกกิ้งโซดา (ขจัดกลิ่น คราบไหม้)
Pro Tip จากช่าง
อย่าใช้ผ้าใบเดียวทั้งบ้านครับ เราแนะนำให้ซื้อผ้าไมโครไฟเบอร์ 5-6 ผืน แล้วแบ่งสีตามห้อง เช่น ฟ้าสำหรับห้องน้ำ เขียวสำหรับห้องครัว ม่วงสำหรับห้องนอน จะได้ไม่เอาคราบสกปรกจากห้องน้ำไปเช็ดที่นอน
วิธีทำความสะอาดบ้านทีละห้อง (Step-by-Step)
เราใช้หลักการ Top to Bottom, Back to Front เริ่มจากจุดสูงสุดของห้องลงมาต่ำสุด และทำจากด้านในออกมาด้านนอก เพื่อไม่ให้ฝุ่นที่ปัดออกมาตกใส่พื้นที่เพิ่งทำความสะอาดไปแล้ว
ห้องนั่งเล่น & พื้นที่ส่วนกลาง
ห้องนี้ใช้เวลานานที่สุดเพราะเป็นพื้นที่ผ่านไปผ่านมา แต่ถ้าทำตามขั้นตอนนี้จะเสร็จเร็วและไม่เหนื่อยเกินไป
ขั้นตอนที่ 1 จัดเก็บของรก (5 นาที)
- เก็บของที่ไม่อยู่ที่เข้าที่เข้าทางใส่ตะกร้า
- จัดระเบียบหนังสือ รีโมท ของใช้บนโต๊ะกลาง
- ใครมีเด็กเล็ก ให้เก็บของเล่นใส่กล่องก่อนเริ่มทำความสะอาด
ขั้นตอนที่ 2 ปัดฝุ่นจากบนลงล่าง (10 นาที)
- เริ่มจากโคมไฟเพดาน บัวเพดาน มุมห้อง
- ตามด้วยขอบหน้าต่าง ชั้นวางทีวี ชั้นวางของ
- ปัดฝุ่นเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น โดยเฉพาะด้านบนตู้ที่มักถูกลืม
ขั้นตอนที่ 3 เช็ดผิววัสดุ (15 นาที)
- เช็ดกระจกหน้าต่างด้วยน้ำยาเช็ดกระจก + ผ้าไมโครไฟเบอร์
- เช็ดหน้าจอทีวีด้วยผ้าแห้งสะอาด (ไม่ฉีดน้ำยาโดนตรงๆ)
- เช็ดโต๊ะ ข้างโซฟา ด้วยผ้าหมาดๆ
ขั้นตอนที่ 4 ดูดฝุ่นและถูพื้น (15 นาที)
- ดูดฝุ่นพื้นก่อนถูเสมอ ไม่งั้นผงจะกระจายเป็นโคลน
- ถูพื้นด้วยน้ำยาที่เหมาะกับวัสดุพื้นของคุณ
- ถ้าเป็นพื้นไม้ ใช้ผ้าหมาดๆ ไม่ควรเปียกมาก
Checklist ห้องนั่งเล่น
- โคมไฟ บัวเพดาน ปัดฝุ่นแล้ว
- กระจกหน้าต่างใส
- พื้นไม่มีฝุ่น ไม่มีรอยเท้า
- โซฟา หมอนอิง ดูดฝุ่น/ตีฝุ่นแล้ว
- ของใช้จัดเรียงเป็นระเบียบ
ห้องครัว
ห้องครัวเป็นห้องที่สกปรกที่สุดในบ้านแม้จะดูเหมือนไม่มีคราบสกปรกก็ตาม เพราะมีคราบน้ำมัน คราบอาหาร และเป็นที่สะสมของแบคทีเรีย ควรทำความสะอาดสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 1 ล้างภาชนะและทิ้งขยะ (10 นาที)
- ล้างจานที่ใช้แล้วให้หมด หรือใส่เครื่องล้างจาน
- ทิ้งขยะอินทรีย์ ล้างถังขยะให้สะอาด (กลิ่นจะลดลงทันที)
- เช็ดคราบอาหารบนเคาน์เตอร์ที่เห็น
ขั้นตอนที่ 2 ทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้า (15 นาที)
- ตู้เย็น ถอดชั้นวางออกล้าง ทิ้งของหมดอายุ เช็ดภายในให้แห้ง
- เตาอบ/ไมโครเวฟ นำถ้วยน้ำมะนาวเข้าไมโครเวฟ 5 นาที แล้วเช็ดคราบจะออกง่าย
- เตาแก๊ส ถอดฝาครอบ แผ่นรองน้ำมันออกล้าง ขัดคราบไหม้ด้วยเบกกิ้งโซดา
ขั้นตอนที่ 3 ขัดคราบน้ำมันบนผนังและเคาน์เตอร์ (15 นาที)
- ใช้น้ำยาล้างจานผสมน้ำอุ่น เช็ดผนังห้องครัวที่มีคราบน้ำมัน
- ขัดคราบบนเคาน์เตอร์หินอ่อน/หินขัดด้วยน้ำยาเฉพาะ
- เช็ดบริเวณรอบเตาแก๊สที่มีคราบสะสมหนา
ขั้นตอนที่ 4 ล้างซิงค์และท่อน้ำทิ้ง (10 นาที)
- ขัดซิงค์ด้วยผงขัดล้างจาน ใช้แปรงสีฟันขัดมุมก๊อก
- เทน้ำส้มสายชูผสมเบกกิ้งโซดาลงท่อน้ำทิ้ง ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างด้วยน้ำร้อน — จะช่วยลดกลิ่นและล้างไขมันที่ตกค้าง
ขั้นตอนที่ 5 ถูพื้น (10 นาที)
- กวาดหรือดูดฝุ่นพื้นก่อน
- ถูพื้นด้วยน้ำยาที่ผสมน้ำยาล้างจานเล็กน้อย จะช่วยตัดคราบมันได้ดี
- เช็ดให้แห้งสนิท เพราะพื้นครัวที่เปียกเป็นอันตราย
Pro Tip คราบน้ำมันที่แห้งแล้ว อย่าขัดแรงครับ ให้วางผ้าชุบน้ำร้อนทับไว้ 5-10 นาทีก่อน คราบจะนุ่มตัวและขัดออกง่ายขึ้น
ห้องนอน
ห้องนอนคือพื้นที่พักผ่อนที่สำคัญที่สุด แต่หลายคนมองข้ามการทำความสะอาดที่ลึกจริงๆ ไรฝุ่นบนที่นอน ฝุ่นบนผ้าม่าน สามารถก่อให้เกิดภูมิแพ้และนอนไม่สบายได้
ขั้นตอนที่ 1 เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและซักผ้านวม (ไม่ต้องทุกครั้ง)
- ถ้าเป็นวันซักผ้า ให้ถอดผ้าปู ปลอกหมอน ผ้าห่มใส่ถังผ้า
- ผ้าปูที่นอนควรเปลี่ยนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- ปลอกหมอนควรซักบ่อยกว่านั้น เพราะสะสมน้ำมันจากผมและหน้า
ขั้นตอนที่ 2 ดูดฝุ่นที่นอนอย่างละเอียด (10 นาที)
- ใช้หัวดูดฝุ่นที่มีแปรงหมุน (turbine brush) ดูดทั่วที่นอน
- ดูดทั้งสองด้านของที่นอนถ้าทำได้
- อย่าลืมดูดรอยต่อของที่นอน นั่นคือที่ที่ไรฝุ่นชอบอยู่มากที่สุด
ขั้นตอนที่ 3 ปัดฝุ่นและเช็ดพื้นผิว (10 นาที)
- ปัดฝุ่นหัวเตียง โคมไฟข้างเตียง ขอบหน้าต่าง
- เช็ดกระจกหน้าต่าง กระจกบานใหญ่ในห้องนอน
- เช็ดมือจับประตู สวิตช์ไฟ จุดที่มือถูบ่อย
ขั้นตอนที่ 4 ดูดฝุ่นและถูพื้น (10 นาที)
- ดูดฝุ่นใต้เตียง (จุดที่มักลืม) ใต้ตู้ มุมห้อง
- ถูพื้นด้วยน้ำยาอ่อนๆ หรือน้ำส้มสายชูผสมน้ำ
- ถ้าพื้นไม้ ใช้ผ้าหมาดๆ เช็ดตามแนวไม้
ขั้นตอนที่ 5 ทำความสะอาดผ้าม่าน (ทุก 2-3 เดือน)
- ผ้าม่านสะสมฝุ่นมหาศาล ใช้เครื่องดูดฝุ่นหัวแปรงอ่อนๆ ดูดฝุ่นออก
- หรือถ้าซักได้ ให้ซักในน้ำอุ่นแล้วตากในร่ม
Checklist ห้องนอน
- ที่นอนดูดฝุ่นแล้ว ไม่มีผง
- ผ้าปูสะอาด หอมสดชื่น
- ใต้เตียงไม่มีฝุ่นกอง
- ผ้าม่านไม่มีฝุ่นหนา
- อากาศในห้องถ่ายเทดี
ห้องน้ำ
ห้องน้ำเป็นห้องที่ต้องทำความสะอาดบ่อยที่สุด และต้องใช้น้ำยาที่เหมาะสมเพื่อฆ่าเชื้อโรค ถ้าทำความสะอาดถูกวิธี ห้องน้ำจะสะอาดและไร้กลิ่นไปได้นาน
ขั้นตอนที่ 1 ฉีดน้ำยาทิ้งไว้ก่อน (5 นาที)
- ฉีดน้ำยาล้างห้องน้ำลงในโถส้วม อ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ ทิ้งไว้ 10-15 นาที
- ระหว่างรอ ให้ไปเก็บผ้าเช็ดตัวที่ใช้แล้วใส่ตะกร้าผ้า
- ทิ้งขยะในถังขยะ เปลี่ยนถุงขยะใหม่
ขั้นตอนที่ 2 ขัดโถส้วม (10 นาที)
- ใช้แปรงขัดโถส้วมขัดรอบๆ ใต้ขอบโถ ตรงที่น้ำไหลลงมา
- ขัดตรงท่อน้ำทิ้งด้านในที่มีคราบดำๆ
- กดน้ำล้าง 2-3 รอบให้สะอาด
- ใช้ผ้าชุบน้ำยาล้างห้องน้ำเช็ดฝารองนั่ง ฝาครอบน้ำทั้งด้านนอกและด้านใน
ขั้นตอนที่ 3 ขัดอ่างล้างหน้าและก๊อกน้ำ (10 นาที)
- ใช้ผ้าขัดอ่างล้างหน้าที่มีน้ำยาทิ้งไว้
- ขัดก๊อกน้ำให้เงา ใช้แปรงสีฟันขัดซอกก๊อกที่มีคราบสบู่
- เช็ดกระจกบานใหญ่ในห้องน้ำให้ใส
- จัดระเบียบของบนอ่างให้เป็นระเบียบ
ขั้นตอนที่ 4 ขัดอ่างอาบน้ำ/ห้องอาบน้ำ (15 นาที)
- ขัดผนังกระเบื้องจากบนลงล่าง
- ขัดพื้นห้องอาบน้ำให้สะอาด ระวังคราบสบู่สะสม
- ขัดตะกรันก๊อกฝักบัวด้วยน้ำส้มสายชูแช่ทิ้งไว้ 30 นาทีก่อนขัด
- ล้างร่องยาแนวที่มีคราบดำด้วยแปรงสีฟันจุ่มน้ำยากำจัดเชื้อรา
ขั้นตอนที่ 5 ถูพื้นห้องน้ำ (10 นาที)
- กวาดหรือดูดฝุ่นพื้นก่อน
- ถูพื้นด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำผสมน้ำ
- ใช้ผ้าแห้งเช็ดน้ำบนพื้นให้แห้งสนิท (ป้องกันลื่น)
Pro Tip คราบตะกรันที่ก๊อกฝักบัวแข็งตัว ให้เอาถุงพลาสติกใส่น้ำส้มสายชูร้อยรัดทับไว้ที่ก๊อก แช่ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง คราบจะหลุดออกเองโดยไม่ต้องขัดแรง
เทคนิคทำความสะอาดบ้านแบบมืออาชีพ
ต่อจากนี้เป็นเทคนิคที่ทีมช่างใช้กันจริงๆ ในสนามงาน หลายอย่างเป็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่รู้ แต่ทำให้งานทำความสะอาดเร็วขึ้นและผลลัพธ์ดีกว่ามาก
- กฎ Two-Bucket System สำหรับถูพื้น
อย่าใช้ถังน้ำใบเดียวครับ ให้ใช้ 2 ใบ
- ถังที่ 1 น้ำยาถูพื้นผสมน้ำ สำหรับชุบผ้า
- ถังที่ 2 น้ำสะอาด สำหรับล้างผ้าหลังจากบิดจากถังแรก
ทำแบบนี้ผ้าจะไม่สกปรกปนเปื้อนกลับไปที่พื้น พื้นจึงสะอาดจริงๆ ไม่ใช่แค่เปียก
- ทำความสะอาดตามการไหลของแสง
จัดลำดับการทำความสะอาดตามทิศทางแสงที่เข้าห้อง
- เริ่มจากหน้าต่างที่มีแสงสว่าง → เคลื่อนไปหาจุดที่มืดกว่า
- ทำแบบนี้จะเห็นฝุ่นที่ตกค้างชัดเจน เพราะแสงส่องทำให้เห็นคราบ
- ใช้ S-Pattern เวลาถูพื้น
อย่าถูพื้นเป็นวงกลมครับ ให้ถูเป็นรูปตัว S
- เริ่มจากมุมซ้ายบน เคลื่อนไปขวา แล้วถอยลงมาแถวถัดไป
- ทำแบบนี้จะไม่เดินเทียบซ้ำบนพื้นที่เพิ่งถูไป ประหยัดเวลาและแรง
- ผงฟูกับเบกกิ้งโซดาคือเพื่อนสนิท
- เบกกิ้งโซดา ขจัดกลิ่น ขจัดคราบไหม้ ขัดอ่างล้างจาน
- ผงฟู ขัดกระจกให้ใส ขัดโครเมี่ยมให้เงา ล้างท่อน้ำทิ้ง
- ผสมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน + น้ำส้มสายชู = ฟองระเบิดล้างท่อที่อุดตัน
- ผ้าไมโครไฟเบอร์ต้องซักแยก
อย่าซักผ้าไมโครไฟเบอร์รวมกับผ้าฝ้ายหรือผ้าขนหนูครับ ขนจากผ้าอื่นจะติดมาแล้วทำให้ผ้าเช็ดกระจกทิ้งรอยขนได้ ซักด้วยน้ำอุ่น ไม่ใช้ปรับผ้านุ่ม แล้วตากในร่ม
- ทำความสะอาดมุดมุม ด้วยไม้ไอติม
ซอกระหว่างกระเบื้อง ร่องยาแนว ขอบหน้าต่างที่ฝุ่นเข้าไปอัดแน่น ใช้ไม้ไอติมห่อผ้าชุบน้ำยาซอกแคบจะเข้าไปถึงและขัดออกได้หมด
กรณีพิเศษ ทำความสะอาดบ้านหลังก่อสร้าง รีโนเวท
บ้านที่เพิ่งก่อสร้างหรือรีโนเวทเสร็จนั้นสกปรกแบบพิเศษครับ ไม่ใช่แค่ฝุ่นทั่วไป แต่เป็นฝุ่นปูน คราบกาว คราบสี ที่ติดแน่นและทำความสะอาดยากกว่าปกติหลายเท่า
ปัญหาที่เจ้าของบ้านมักเจอ
- ฝุ่นปูนละเอียดที่กระจายทั่วบ้าน
- ฝุ่นปูนละเอียดกว่าฝุ่นปกติ 10 เท่า ลอยในอากาศนาน แล้วตกเกาะทุกพื้นผิว
- ถ้าไม่ทำความสะอาดถูกวิธี ฝุ่นจะอยู่ในบ้านได้นานเดือนๆ
- คราบกาว คราบสี คราบซีล icone
- ติดบนกระจก พื้นกระเบื้อง มือจับประตู
- ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจะแข็งตัวและขัดออกยาก
- ขยะก่อสร้างที่หลงเหลือ
- เศษไม้ เศษปูน กล่องกระดาษ ที่ช่างไม่เก็บหมด
- บางทีซ่อนอยู่ตามมุม ใต้ตู้ ใต้เตียง
- กระจกและกระจกเงาที่เลอะ
- คราบปูนแห้งบนกระจก ถ้าขัดแรงจะเป็นรอยขีดข่วน
- ต้องใช้น้ำยาเฉพาะและเทคนิคพิเศษ
วิธีทำความสะอาดบ้านหลังก่อสร้าง/รีโนเวท
ถ้าคุณต้องการทำเอง นี่คือลำดับที่ถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 1 เก็บขยะก่อสร้างให้หมด
- แยกขยะก่อสร้างออกจากขยะทั่วไป
- ติดต่อเทศบาลหรือบริษัทขนขยะก่อสร้างมารับ
ขั้นตอนที่ 2 ดูดฝุ่นทั่วบ้าน 2 รอบ
- รอบแรกดูดฝุ่นหยาบบนพื้น บนชั้นวาง
- รอบที่สองดูดฝุ่นละเอียด โดยเฉพาะมุม ร่อง ซอก
ขั้นตอนที่ 3 เช็ดฝุ่นบนผนังและเพดาน
- ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์แห้งเช็ดผนังจากบนลงล่าง
- ฝุ่นปูนจะตกลงพื้น แล้วดูดอีกรอบ
ขั้นตอนที่ 4 ขัดคราบกาว คราบสี
- ใช้น้ำยาขจัดคราบก่อสร้างเฉพาะทาง
- ทดสอบบนพื้นที่เล็กๆ ก่อนเพราะบางชนิดกัดผิววัสดุ
ขั้นตอนที่ 5 เช็ดกระจกอย่างระมัดระวัง
- ใช้น้ำยาเช็ดกระจก + ใบมีดโกนหมึก (scraper) ขูดคราบปูนออกเบาๆ
- อย่าให้คราบปูนแห้งติดนาน เพราะจะขูดออกยาก
หรือ… ให้มืออาชีพจัดการให้
ผมต้องบอกตรงๆ ครับว่า การทำความสะอาดบ้านหลังก่อสร้างหรือรีโนเวทเป็นงานที่หนักและต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง ถ้าคุณไม่อยากเหนื่อย หรือกลัวทำพื้น/กระจกเป็นรอย แนะนำให้ใช้บริการรับทำความสะอาดที่มีประสบการณ์
เรามีทีมช่างที่เชี่ยวชาญการทำความสะอาดบ้านหลังก่อสร้างโดยเฉพาะ มีอุปกรณ์และน้ำยาที่ปลอดภัยกับพื้นผิวทุกชนิด พร้อมรับประกันความสะอาด
สนใจบริการทำความสะอาดบ้านหลังก่อสร้าง ดูรายละเอียดบริการได้ที่นี่ หรือโทรสอบถามเราได้เลยครับ
ทำความสะอาดบ้านเอง vs จ้างมืออาชีพ อันไหนดีกว่า
หลังจากอ่านมาถึงตรงนี้ คุณอาจสงสัยว่าแล้วฉันควรทำเองดี หรือจ้างคนทำดี คำตอบคือ… ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ครับ
ทำความสะอาดบ้านเอง เหมาะกับใคร
| ข้อดี | ข้อควรคิด |
| ประหยัดค่าใช้จ่าย | ต้องเสียเวลา 2-4 ชั่วโมงต่อครั้ง |
| ควบคุมความสะอาดได้เอง | ต้องซื้ออุปกรณ์และน้ำยาเอง |
| ออกกำลังกายไปในตัว | อาจเหนื่อยเกินไปถ้าบ้านใหญ่ |
| รู้ว่าของชิ้นไหนอยู่ตรงไหน | อาจทำไม่ลึกถึงจุดที่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ |
เหมาะกับ
- คนที่มีเวลาว่างในวันหยุด
- บ้านขนาดเล็ก-กลาง ที่ไม่ซับซ้อน
- คนที่ชอบทำงานบ้านเป็นความสนุกส่วนตัว
- งานทำความสะอาดประจำวันที่ไม่หนักมาก
จ้างมืออาชีพ เหมาะกับใคร
| ข้อดี | ข้อควรคิด |
| ประหยัดเวลาไปทำอย่างอื่น | มีค่าใช้จ่าย |
| ผลงานสะอาดล้ำลึกกว่า | ต้องเลือกบริษัทที่น่าเชื่อถือ |
| มีอุปกรณ์และน้ำยาครบ | ต้องนัดหมายล่วงหน้า |
| ไม่เหนื่อยเกินไปสำหรับคนสูงอายุ |
เหมาะกับ
- คนทำงานที่ไม่มีเวลา
- บ้านใหญ่หรือมีหลายชั้น
- บ้านหลังก่อสร้าง/รีโนเวทที่ต้องทำความสะอาดหนัก
- ผู้สูงอายุหรือคนที่มีปัญหาสุขภาพ
- คนที่ต้องการความสะอาดมาตรฐานมืออาชีพเป็นประจำ
ตัวเลือกที่ 3 แม่บ้านประจำ
ถ้าคุณต้องการความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่อยากทำเองทุกวัน การจ้างแม่บ้านประจำอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด
แม่บ้านประจำจะช่วย
- ดูแลความสะอาดบ้านทุกวันหรือตามกำหนด
- จัดระเบียบบ้านให้เป็นระบบ
- ดูแลคนชรา/เด็กเล็กได้ในตัว (บางเคส)
- คุ้นเคยกับความต้องการเฉพาะของบ้านคุณ
สนใจบริการแม่บ้านประจำ มีบริการจัดส่งแม่บ้านที่ผ่านการฝึกอบรมมืออาชีพ ดูรายละเอียดบริการแม่บ้านประจำได้ที่นี่
ค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดบ้าน
ตอนนี้คุณคงอยากรู้แล้วว่า ถ้าจ้างทำความสะอาดจะต้องเตรียมงบประมาณเท่าไหร่ ผมจะแบ่งเป็นสองส่วนชัดเจนครับทำเอง vs จ้างมืออาชีพ
ค่าใช้จ่ายถ้าทำความสะอาดเอง
| รายการ | ราคาประมาณ | หมายเหตุ |
| อุปกรณ์พื้นฐาน (ไม้ถู ผ้า แปรง ถัง) | 500 – 1,000 บาท | ซื้อครั้งเดียวใช้ได้นาน |
| เครื่องดูดฝุ่น (ถ้ายังไม่มี) | 1,500 – 5,000+ บาท | ลงทุนครั้งเดียว |
| น้ำยาทำความสะอาด (ชุดพื้นฐาน) | 300 – 600 บาท/เดือน | ต้องเติมบ่อยขึ้นถ้าทำบ่อย |
| ต้นทุนรวมต่อเดือน | ~300 – 600 บาท | ไม่นับต้นทุนเครื่องมือครั้งแรก |
ต้นทุนที่ซ่อนอยู่
- เวลาของคุณ (2-4 ชั่วโมงต่อครั้ง)
- ค่าไฟฟ้าเครื่องดูดฝุ่น ค่าน้ำ
- ค่าซ่อมแซมถ้าทำพื้น/เฟอร์นิเจอร์เสียหายจากน้ำยาผิดประเภท
ค่าใช้จ่ายถ้าจ้างบริษัทรับทำความสะอาด
ราคาจะขึ้นกับขนาดบ้าน ระดับความสกปรก และประเภทบริการ
| ประเภทบริการ | ราคาโดยประมาณ | ความเหมาะสม |
| ทำความสะอาดทั่วไป (รายครั้ง) | 1,500 – 3,500 บาท/ครั้ง | บ้านขนาดเล็ก-กลาง |
| ทำความสะอาดล้างลึก (Deep Cleaning) | 3,000 – 6,000 บาท/ครั้ง | ทำทุก 3-6 เดือน |
| ทำความสะอาดหลังก่อสร้าง/รีโนเวท | 5,000 – 15,000+ บาท | ขึ้นกับขนาดและความสกปรก |
| แม่บ้านประจำ | 12,000 – 18,000 บาท/เดือน | มาทำความสะอาดตามกำหนด |
ปัจจัยที่มีผลต่อราคา
- ขนาดพื้นที่ (ตร.ม.)
- จำนวนห้อง ชั้น ห้องน้ำ
- ระดับความสกปรก (ฝุ่นปกติ vs หลังก่อสร้าง)
- ต้องการน้ำยาออร์แกนิค/ไฮโปอัลลาเจนิคหรือไม่
- ต้องการบริการเสริม (เช็ดกระจกสูง ขัดพื้นไม้ ฯลฯ)
คุ้มค่าไหมที่จะจ้าง
ถ้าคำนวณจาก ต้นทุนเวลาของคุณ
- ถ้าคุณทำงานได้ 500-1,000 บาท/ชั่วโมง
- ใช้เวลาทำความสะอาด 4 ชั่วโมง = สูญเสียโอกาส 2,000-4,000 บาท
จ้างทำ 1,500-2,500 บาท = ประหยัดกว่าและได้ผลงานมืออาชีพ
สรุป คำแนะนำจากเรา
เรามาถึงตอนสุดท้ายของบทความนี้กันแล้ว ขอสรุปสิ่งสำคัญที่คุณควรจดจำ
หลักการสำคัญ 3 ประการ
- ความสะอาด = สุขภาพ
บ้านที่สะอาดไม่ใช่แค่สวยงาม แต่เป็นพื้นฐานของสุขภาพที่ดีสำหรับคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ - ระบบสำคัญกว่าแรง
การทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพต้องมีระบบ จากบนลงล่าง จากด้านในออกนอก และใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม จะช่วยให้เสร็จเร็วขึ้นและเหนื่อยน้อยลง - ป้องกันดีกว่าแก้ไข
ทำความสะอาดบ่อยๆ สม่ำเสมอ จะง่ายกว่าปล่อยให้สกปรกสะสมแล้วค่อยมาล้างหนักทีเดียว
เมื่อไหร่ควรขอความช่วยเหลือมืออาชีพ
ให้คิดถึงเราเมื่อ
- บ้านเพิ่งก่อสร้าง/รีโนเวทเสร็จ และต้องการทำความสะอาดหนักก่อนเข้าอยู่
- ไม่มีเวลาทำความสะอาดเอง แต่ต้องการบ้านที่สะอาดสม่ำเสมอ
- ต้องการแม่บ้านประจำที่เชื่อถือได้
ต้องการทำความสะอาดกระจกอาคารสูงหรือพื้นที่เฉพาะทาง

